Archive
“ดอกไม้งาม, ลุงแก่ๆ และ ความลงตัวแบบพอเพียง” [การหาของมาขายต่อในอีเบย์แบบประหยัดสุดๆ]
ผมพบว่า คำถามที่ผมมักจะถูกถามอยู่บ่อยๆก็คือ
“ช่วยบอกวิธีเริ่มแบบขายของในอีเบย์ แบบประหยัดๆให้หน่อยได้มั้ย”
“มีวิธีลงโฆษณา โดยไม่ต้องจ่ายเงินก่อนรึเปล่า”
“เอารูปจากในเวปมาแปะในโฆษณาเราเลยได้มั้ย”
“ถ้าแปะขายไปก่อน พอขายได้ ค่อยไปซื้อของมาส่งได้หรือไม่”
“มีวิธีจับเสือมือเปล่า แบบไม่ต้องลงทุนมั้ย”
ฯลฯ
ผมคิดว่า คำถามที่ทุกคนอยากจะถามผมก็คือ…
ถ้าฉันต้องการจะขายของในอีเบย์ ทำยังไงฉันถึงจะเสียเงินให้น้อยที่สุด?
วันนี้ผมเลยอยากจะเล่าถึงวิธีแรกๆ ที่ผมใช้ในการหาสินค้ามาขายในอีเบย์โดยใช้เงินลงทุนให้น้อยที่สุด
แบบที่เรียกว่า (แทบ) ไม่ต้องลงทุนเป็นตัว “เงิน” ในการซื้อสินค้ามาขายต่อแต่อย่างไรเลยครับ
“เมื่อผมต้องตกตะลึงกับเศรษฐกิจพอเพียงที่หลังบ้านผม”
หลังจากที่ผมได้ขายโปสการ์ดรูปในหลวงไปได้ซักระยะหนึ่ง
ผมก็รู้แล้วว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหาสินค้าเกี่ยวกับในหลวงมาขายให้เยอะยิ่งขึ้น
เพราะผมทราบดีว่า โปสการ์ดที่ผมขายอยู่นั้น เป็นสินค้าที่จะขายได้ดีในช่วงเทศกาลเท่านั้น
เมื่อจบเทศกาลแล้ว จำนวนผู้สนใจจะซื้อก็คงจะลดลง จนถึงหมดไปในที่สุด
เหมือนกับชะตากรรมของโปสการ์ดที่เหลือของผม ซึ่งจะต้องเข้าไปนอนหลับอย่างสงบในห้องเก็บของจนถึงปีหน้านั้นแหล่ะครับ
โฆษณา “ชุมชนเป็นสุข”, โฆษณาที่เปลี่ยนชีวิตของผมครับ
วันหนึ่ง ผมได้ดูทีวีกับคุณพ่อ คุณแม่
ผมจำรายการที่ดูไม่ได้แล้วว่า ตอนนั้น เรากำลังดูรายการอะไรกันอยู่
ก็คงจะเป็นรายการบันเทิงเริงรื่น เหมือนที่ครอบครัวไหนๆก็กำลังดูอยู่
แต่สิ่งที่ผมจำได้แม่นก็คือ
ผมได้ดูโฆษณา “ชุมชนเป็นสุข”
เมื่อผมขายของในอีเบย์ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

Kanol and his first son
เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร?? ทำไมต้องเศรษฐกิจพอเพียง??
ผมอยากร่ำรวย ผมอยากมีรายได้มากๆ เพื่อให้ชีวิตครอบครัวของผมมีความสุข สิ่งที่ผมต้องการคือเงินต่างหากล่ะ
แต่เมื่อผมได้ทุ่มเทเพื่อที่จะหารายได้เพิ่มเติม โดยใช้สูตรสำเร็จ และวิธีต่างๆเพื่อเพิ่มความร่ำรวย ผมกลับพบว่า สิ่งสุดท้ายที่ผมได้รับ กลับไม่ใช่เงิน แต่กลับเป็นสิ่งที่มีค่ามากมายมหาศาลยิ่งนัก
สิ่งนั้นคือ “แนวความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง” ครับ