< ลอกการบ้านพาเจริญ ตอนที่ 3 > ไอเดียสินค้าไว้ขายในอีเบย์ – “มีหนังสือเก่าๆมาแลกหนังสือใหม่ๆมั้ย?”
อ่านทั้งหมด 1270 ครั้ง, 5 ทั้งหมดในวันนี้

ตำราเก่าอย่าปล่อยทิ้งไว้บนหิ้ง!! เอามาขายต่อกันดีกว่า!!!
เปิดเทอมใหม่แล้วจ้า!!! มาหาค่าขนมกันดีกว่า!!!
น้องๆนักศึกษาที่มีหนังสือเรียนแพงๆ (Textbook)ของเทอมที่แล้ว และ ไม่ต้องใช้ต่อ
แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปให้ใครที่ไหนดี? จะเอาไปขายซาเล้งก็ดูจะไม่ค่อยคุ้ม….
ลองเอามาขายในอีเบย์ดูดีกว่าครับ!!! เผื่อจะได้ตังค์ซื้อเล่มใหม่ๆฟรีๆ อีกต่างหาก!!!
เจ้าของการบ้านผู้โชคดี : ชาวสิงค์โปร์
จำนวนฟีดแบ็คของเจ้าของการบ้าน : 15,000+
สภานะนักขาย : Yellow Shooting Start (99.1%)
รายละเอียดสินค้าก็มีดังนี้ครับ
ชนิดสินค้า
- เป็นหนังสือตำราเรียน หรือ Textbook ทั่วๆไปที่ใช้กันอยู่ตามมหาวิทยาลัยนั้นแหล่ะครับ ตอนสมัยผมเรียนอยู่นั้น ส่วนใหญ่ผมซื้อแบบซีร็อกเอาครับ เนื่องจากราคาถูก ใช้เทอมเดียวก็ทิ้ง ตกเล่มล่ะ2-300 บาทเอง แต่ถ้าซื้อเล่มจริงก็ปาเข้าไปเล่มล่ะหลายร้อยอยู่เหมือนกัน,แต่บางที ผมก็ถูกอาจารย์บางท่านบังคับให้ซื้อฉบับจริงเหมือนกันครับ เรียกว่าแล้วแต่ดวงครับ บางเทอมก็ได้ประหยัด บางเทอมก็จ่ายแพง แต่สุดท้ายแล้ว ผมจะซื้อก็แต่เล่มที่ผมเห็นว่าดีจริงๆเท่านั้นครับ เพราะหนังสือประเภทนี้ ถ้าเป็นเล่มที่ดีมากๆนั้น เขาสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายจริงๆครับ เรียกว่าอ่านแบบไม่ต้องฟังครูสอนก็ยังได้เลย
- ผมขออธิบายสำหรับท่านที่ไม่เคยอ่าน Textbook ซักเล็กน้อย, ในประเทศไทยนั้น มหาวิทยาลัยชั้นนำในปัจจุปัน นิยมนำตำราจากเมืองนอกเข้ามาประกอบการเรียนการสอน ยิ่งถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนั้น ต้องใช้เจ้า Textbook กันแทบทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิชาการตลาด การบริหาร จิตวิทยา ฯลฯและก็เป็นที่น่าแปลกว่า บางมหาวิทยาลัยนั้น มักจะนำ Textbook ของระดับปริญญาโท มาใช้สอนในระดับปริญญาตรีด้วย ด้วยความที่คนไทยอาจจะไม่ค่อยเห็นความสำคัญของตำรากันเท่าไร (เพราะอ่านไม่รู้เรื่องทั้งหมด) จึงมักจะทิ้งๆขว้าง หรือไม่ก็ส่งต่อให้รุ่นน้องได้ใช้ต่อเพื่อเป็นการประหยัด
- แต่สำหรับฝรั่งที่เป็นอาจารย์,นักวิชาการ หรือนักวิจัยนั้น ชอบที่จะเก็บสะสมตำราพวกนี้ไว้ประดับตู้ครับ ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่เขาอ่านมันด้วย เพราะตำราเหล่านี้ มักจะถูกแต่งโดยผู้มีชื่อเสียงและมีความเชี่ยวชาญสูงในสาขานั้นๆ จึงถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ดี และ สามารถใช้อ้างอิงได้ในอนาคตด้วยครับ
ราคาขาย
- มีตั้งแต่ 50-70 เหรียญ, ที่แพงๆหน่อย ก็สามารถขายได้ประมาณ 80-90 เหรียญครับ
จำนวนผู้เข้าร่วมประมูล
- มักเป็นราคาขายขาด (BIN-Buy it now) ซะเป็นส่วนใหญ่ครับ คนขายคงคิดว่าไม่รู้จะประมูลไปทำไม ยังไงก็คงไม่มีใครมาประมูลแข่งอยู่แล้ว ถือเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องประมูลแข่งขันกันครับ
ค่าส่งสินค้า
- ด้วยกฏของอีเบย์, ทำให้คิดค่าส่งได้ไม่เกิน 4 เหรียญเท่านั้นครับ
ความถื่ในการขาย
- วันธรรมดาขายได้เฉลี่ย 2-4 เล่ม, แต่วันเสาร์อาทิตย์นั้น ขายได้มากกว่า15-20 เล่มเลยทีเดียว
ความยากในการส่ง
- ถือว่าง่ายมากๆ เพราะไม่ต้องกลัวแตก, ห่อพลาสติกดีๆ แล้วใส่ซองกระดาษยังได้เลยครับ
(เดา)กลุ่มลูกค้า
- กลุ่มคนที่ต้องการ Textbook นั้น, ก็อาจจะเป็น นักวิชาการ, อาจารย์, นักวิจัย ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้นั้น มีกำลังในการซื้ออยู่พอสมควรเลยทีเดียว จึงทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ, และก็อาจจะมีบรรดานักเรียน นักศึกษาในต่างประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งถ้าดูๆแล้วก็ถือว่ามีตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้ออยู่พอสมควรเลยทีเดียว
การเขียนรายละเอียดสินค้า
- แทบจะลอกเอาจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเลยครับ รายของเจ้าของการบ้านนี้ ลอก Review มาจากอเมซอนเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นสินค้าที่สามารถเขียนรายละเอียดได้ง่ายมากๆ
ความสำคัญของรูปถ่าย
- ไม่ค่อยสำคัญเท่าไร มีแค่รูปหน้าปกก็พอครับ ส่วนมาก ลูกค้าเขารู้อยู่แล้วว่า เขาอยากจะซื้อเล่มไหน ดังนั้นขอแค่ตรงปกที่เขาต้องการก็โอเคแล้วครับ
ข้อได้เปรียบ
- อายุสินค้าค่อนข้างนาน เก็บได้ไม่เน่าไม่เสีย,ยกเว้นแต่ว่ามีการออกพิมพ์ปรับปรุง(New Edition) จึงจำทำให้เล่มเก่าขายไม่ออกครับ การส่งไปหาลูกค้าก็ง้ายง่าย ไม่ต้องกลัวตกแตก ชำรุดเสียหายด้วย
ข้อด้อย
- ต้องทำการบ้านพอสมควรว่า หนังสือเล่มไหนที่เป็นที่ต้องการของตลาด, หนังสือบริหารเหมือนกัน แต่ก็อาจจะขายดีไม่เหมือนกันก็ได้ครับ เพราะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของผู้แต่งด้วย ดังนั้นก็ควรศึกษาก่อนว่า จะวางขายเล่มไหนดี ถ้าไม่ค่อยมีความรู้ ก็อาจจะต้องลองวางขายแบบปูพรมเลยครับ คือวางสินค้าให้หลากหลายมากที่สุดเอาไว้ก่อน แต่จะเปลืองเงินลงทุนพอสมควร
แนวทางการประยุกต์
- ผมอยากให้น้องๆนักศึกษาได้รู้ถึงข้อได้เปรียบของตัวเองครับ ว่าของบางอย่างอยู่ใกล้ๆตัวแค่นี้เอง แต่สามารถขายได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะหนังสือที่ต้องใช้ในมหาวิทยาลัยส่วนมากนั้น ก็ผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดีว่าเป็นตำราที่ดี ดังนั้น แม้จะขายอย่างงูๆปลาๆ ก็น่าจะขายออก และถ้าน้องๆลองต่อยอดโดยทำการศึกษาให้มากขี้นว่า ตำราไหนที่น่าจะขายดี ผู้แต่งคนไหนที่มีชื่อเสียง น้องๆก็อาจจะซื้อตำราเหล่านั้นมาวางขายในอีเบย์ได้ด้วยครับ ของอย่างนี้ พวกนักศึกษาจะรู้ดีครับว่า จะต้องไปซื้อที่ไหนถึงจะได้ถุก จริงมั้ยครับ?
- ยังมีของอีกหลายอย่างที่นักศึกษาใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อเลิกใช้แล้ว ก็อาจจะนำมาขายต่อได้, จริงอยู่ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบซื้อตำราที่เป็นของใหม่ แต่ก็ใช่ว่าของใช้แล้วจะไม่มีใครซื้อ, หากเราใช้ตำราอย่างดี ไม่ยับเยินมาก เมื่อเราขายแบบของใช้แล้วในราคาถูก ก็ย่อมจะมีโอกาศขายออกเหมือนกันครับ







