Home > พูดเรื่อยเปื่อย > เพื่อนๆเชื่อในเรื่อง “กฏแห่งกรรม” กันมั้ยครับ? [ประสบการณ์จริงกับกฏแห่งกรรมของผมเอง]

เพื่อนๆเชื่อในเรื่อง “กฏแห่งกรรม” กันมั้ยครับ? [ประสบการณ์จริงกับกฏแห่งกรรมของผมเอง]

August 22nd, 2009

อ่านทั้งหมด 647 ครั้ง, 1 ทั้งหมดในวันนี้

ดอกบัว
นี่เป็นการรวบรวมบทสนธนาที่ผมได้เขียนไว้ในTwitter,ซึ่งเพื่อนๆหลายคนบอกว่ามีประโยชน์ดี
เลยขอเอามาเก็บไว้ในBlogเพื่อเป็นธรรมทานครับ
สำหรับใครที่เล่น Twitter ก็สามารถ Follow ผมได้ที่นี่เลยครับ

วันนี้ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาปรึกษาเรื่องอีเบย์
เลยทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องกฏแห่งกรรมที่ตัวเองเจอมากับตัว
เมื่อราวๆตอนที่ผมอยู่ม.3เห็นจะได้
ผมเป็นเพื่อนน้องชายไปหาหมอ,ซึ่งคุณหมอท่านนี้ก็ได้ดูแลผมมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน
ท่านเลยถือโอกาส ตรวจ”แถม”ให้ผมฟรีอยู่เสมอๆ
ปรากฏว่า คุณหมอท่านนี้ ท่านได้เห็นสิ่งผิดปกติของในร่างกายผม

คุณหมอสั่งให้ผมถอดเสื้อและให้คุณพ่อดูว่า
ผมมีอาการกระดูกสันหลังผิดปกติ คือ มีอาการกระดูกงอและคดเป็นรูปตัวS
คุณหมอระบุว่า คงเป็นเพราะผมแบกของหนักมือเดียวบ่อยๆและถือนานเกินไป
จึงทำให้น้ำหนักกดทับจนทำให้กระดูกสันหลังงอ
ผมคิดว่าคงจะเกิด จากการที่ผมถือกระเป๋านักเรียน(มือขวา)และโหนรถเมล์ด้วยมือซ้ายอยู่สามปี
ซึ่งก็คงจะมากพอที่จะทำให้กระดูกมันงอได้ขนาดนี้
คุณหมอจึงสั่งให้ผม เริ่มทำกายภาพบำบัดทันที
โดยให้ผมเริ่มโหนบาร์เพื่อให้กระดูกยืดกลับมาตรง
ซึ่งผมก็พยายามอยู่เป็นปีๆ แต่ก็ไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหน
คุณหมอก็บอกว่าให้ พยายามมากขึ้น เพราะถ้าไม่หาย
อาจจะมีปัญหาในตอนแก่ถึงขั้นเป็นอัมพาตครึ่งตัวได้ ผมก็พยายมแล้วนะ แต่มันไม่ดีขึ้นแล้วจะให้ทำไง
ผมก็เลยลองมานั่งนึกย้อนหลังดูว่า เราเคยไปทำอะไรใครไว้บ้างรึเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
ผมเลยลองวิธีที่อาจารย์ที่ผมนับถือแนะนำมา คือ “นั่งสมาธิ”,แต่กรณีนี้ ผมเรียกว่า นอนสมาธิจะดีกว่าครับ(นั่งแล้วเหน็บกิน)

ผมเริ่มต้นโดยการอาบน้ำ แปรงฟัน ให้สะอาด และขึ้นเตียงนอนและกำหนดลมหายใจเบื้่องต้น
เมื่อรู้สึกว่าจิตสงบได้ที่แล้ว ผมจึงเริ่มถามคำถามกับตัวเองว่าเราเคยไปทำอะไรใครเขาไว้ ถึงต้องมาชดใช้กรรมแบบนี้
ผมนอนทำแบบนี้อยู่นานพอสมควร จนจิตนิ่งพอแล้ว
โดยที่ไม่ทันตั้งตัว,ผมก็เห็นภาพเหมือนภาพ”มด”เยอะยังกับทะเลมด กำลังโผล่ขึ้นแมาจากหลุมดำๆ!!!
ภาพนี้ทำให้ผมรู้ตัวทันทีว่าเคยไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้ขึ้นมาทันที…

คือ สมัยที่ผมยังเด็กๆอยู่
ผมชอบเอากรรไกรไปตัดกลางตัวของแมลงเม่า ที่มันร่วงตกลงมาเดินอยู่บนพื้น
แล้วดูมันเดินต่อไปทั้งๆที่เหลืออยู่ครึ่งตัว…
จำได้ว่าตอนนั้น ผมชอบความรู้สึกที่เวลากรรไกรตัดกลางตัว ระหว่างตัวอ้วนๆกับหางป้อมๆของมัน
แบบว่าเสียงดัง”กรึ๊บ”นี้ สร้างความสะใจให้กับผมเป็นอย่างมาก

พอนึกได้ดังนั้น ผมก็รู้เลยครับว่าเจ้ากรรมนายเวรของเราคือใคร
ไม่ใกล้ไม่ไกล,คงเป็นบรรดาแมลงเม่าที่ผมตัดเล่นจนเหลือครึ่งตัวในสมัยเด็กนี่เอง
ความรู้สึกตอนนั้นคือทั้งเสียใจมาก และก็กลัวมากด้วย
เพราะตอนที่ทำนั้น ผมยังเด็กมากและไม่ได้คิดอะไรเอาแต่สนุกไปคนเดียวตามเรื่อง
เมื่อคิดได้แล้ว หลังจากนั้น ทุกครั้งที่ทำบุญตักบาตร
ผมก็พยายามที่จะอุทิศส่วนกุศล ให้กับบรรดาแมลงเม่าที่ผมเคยทำร้ายเอาไว้ทุกครั้ง
โดยขออโหสิกรรม เพราะตอนนั้นยังเด็กมาและไม่รู้ว่าเป็นบาป
แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว,รู้ความแล้ว และสำนึกเสียใจอยู่ตลอด
ที่สำคัญคือ ต่อไปนี้ผมสัญญาว่าจะไม่ฆ่าแมลงเม่าอีก

ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อว่าหลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้ไปหาหมอ ส่วนเรื่องบาร์ก็โหนมั่งไม่โหนมั่ง
คุณพ่อก็กังวลจนต้องบังคับให้ไปหาหมอกระดูกชื่อดัง
แต่คุณหมอกลับบอกว่า ไม่เห็นมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด
ทั้งๆที่วันแรกนั้น ทั้งคุณพ่อทั้งผมก็เห็นจากภาพX-rayว่ากระดูกมันเบี้ยวแบบเห็นๆ

จึงสามารถสรุปได้ด้วยตัวเองว่า นอกจากการทำกายภาพบำบัด(มั่งไม่ทำมั่ง)+การสำนึกผิดขออโหสิกรรมแบบตรงเป้า
และความพยายามที่จะชดใช้ความผิดนั้น มีผลมาก

จึงอยากขอนำมาเล่า ให้เพื่อนๆฟังไว้เพื่อเป็นอุธาหรณ์ว่า
กรรมที่ส่งผลให้กับเราในชาตินี้นั้น ส่วนมากน่าจะมาจากสิ่งที่เราทำในชาตินี้
แต่เนื่องจากบางที เราไม่ได้รู้ตัวว่าเราได้ทำอะไรไป
หรือสิ่งที่เราทำนั้นมันบาปขนาดไหน เมื่อกรรมส่งผลจึงมักจะตัดพ้อต่อผลกรรมที่ได้รับ

บางที ผมยังเคยมาคิดเล่นๆเลยว่า ที่ตอนนี้ต้องมาใส่แว่นนั้น
ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับที่ตอนเด็กๆ ผมเคยเอากรรไกรไปตัดหนวดแมลงสาปด้วยรึเปล่า?
สมัยเด็ก(อีกนั้นแหล่ะ) คุณอาสอนให้เล่นตัดหนวดแมลงสาป
เพราะพอเราตัดแล้ว แมลงสาบจะวิ่งเป็นวงกลม เหมือนมันเสียการควบคุมและการมองเห็น
ตอนนั้นก็นึกสนุกเหมือนกัน ปล่อยให้แมลงสาปวิ่งเป็นวงกลมๆไปซักพักค่อยตีให้แบน
แต่ก็ทำอยู่ไม่นานก็เลิก เพราะการตัดหนวดแมลงสาปมันก็ยากไม่ใช่เล่น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้ ทั้งผมทั้งคุณอา ใส่แว่นกันหมดเลยครับ

เมื่อผมมาศึกษาเรื่องบาปบุญคุณโทษมากขึ้น ทำให้ผมเริ่มเข้าใจว่า
ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่เราทำเองนั้นแหล่ะ ที่จะย้อนกลับมาเข้าตัวเอง
หลายๆคนคงจะมีความเชื่อเรื่องกรรมเก่าจากชาติที่แล้ว
ซึ่งผมก็คิดว่ามันน่าจะมีจริง แต่คงจะส่งผลหนักในตอนเกิดซะมากกว่า

เหมือนที่ใครสวย,ใคร หล่อ,ใครเกิดในตระกูลร่ำรวย(ยากจน),ค่าสุขภาพตั้งต้นของแต่ล่ะคนจะเป็นยังไง
เหล่านี้น่าจะอยู่ที่กรรมเก่าเป็นพื้นฐาน
มาเหลียวมองดูสังคมTwitter,นี้ก็อาจจะเป็นรูปแบบหนึ่งของผลกรรมดีกรรมเก่าของพวกเราก็ได้นะครับ
หลังจากที่ผมได้ลองเล่นทวิตเตอร์มาซักพักใหญ่ๆ ผมเริ่มเห็น
“จุดร่วม”ของเหล่าผู้คนในโลกของทวิตเตอร์,นั้นก็คือเป็น”ผู้แบ่งปัน”นั่นเอง
ลองคิดดูสิครับ ว่าบรรดากูรูหรือผู้มีชื่อเสียงในทวิตเตอร์นั้น ต่าง”ได้รับ”ข่าวสารจากที่ต่างๆมากมาย เรียกว่าไม่ตกTrendแน่นอน
และเธอ/เขาเหล่านั้นก็”แบ่งบัน”สิ่งต่างๆแก่เหล่าFollowของเขานั้นเอง
ถ้ากรรมเก่าที่เป็น กรรมดีมีผลจริง
คนเหล่านี้ ชาติก่อนก็อาจจะเป็นผู้เผยแพร่ในสิ่งที่ถูกที่ควร ชาตินี้จึงได้”พลัง”ที่จะสามารถต่อยอดกรรมดีต่อไป
แน่นอนว่า เหล่าผู้เคยมีกรรมผูกพันกับบุคคลที่ให้กรรมดี ก็ย่อมได้เข้ามาร่วมขบวนการด้วย
เรียกง่ายๆว่าได้”รู้จัก”ทวิตเตอร์เร็วกว่าคนอื่นนั้นเอง
แต่มีได้ก็มีเสีย แม้”ทวิตเตอร์”จะเป็นเครื่องมือทรงพลังในการต่อยอดบุญอย่างไร
หากใช้ผิดก็จะเป็นเครื่องมือสร้าง”บาป”ได้อย่างติดจรวด
ลองนึกดูว่า หากเรากล่าววาจาที่ไม่เหมาะสมกับคนผู้หนึ่ง บาปกรรมย่อมตกอยู่กับเราและคนที่ได้รับฟังคำเหล่านั้น
แต่นี้ถ้าเราเอามากล่าวในtwitter,มันน่าจะไปกระทบกับคนอีกหลายคนที่มา”อ่าน”เห็นเหมือนกัน
เรียกว่าได้โปรยสะเก็ดกรรมไปอย่างทั่วหน้า
ในทางกลับกัน หากเราTwitในสิ่งที่มีประโยชน์
ผมว่าผลกรรมที่ได้ก็น่าจะได้กลับมามากใช่ย่อย เพราะเป็น”ผล”ที่ส่งกระทบต่อคนเป็น”วงกว้าง”

เรียกว่าTwitดี เหมือนทำกรรมดีแบบติดจรวด, Twitชั่วๆเหมือนโดนจรวดกรรมตกใส่นั้นเอง

สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆสามารถรักษาสติให้อยู่ในกรรมดีตลอดเวลาครับ

ชอบใจก็ส่งต่อผ่านบริการต่างๆได้นะครับ :
  • Facebook
  • Twitter
  • Google Bookmarks
  • Live
  • E-mail this story to a friend!
  • Print this article!
  • Turn this article into a PDF!

PorpeangSeller พูดเรื่อยเปื่อย ,

  • popeye
    เคยทำกรรมไม่ดีกับปลาไว้ ตอนสมัยเด็กๆเหมือนกันค่ะ
    คือ จับปลาจากคลอง มาขังไว้ในกระป๋องไมโลใหญ่ๆเป็นอาทิตย์ (เอามาดูเฉยๆ)
    แล้วพอเบื่อ ก็ค่อยปล่อยมันลงคลองไปเหมือนเดิม

    ผลกรรมตามมาทัน ตอนนี้มีอาการหายใจไม่อิ่มค่ะ แบบไม่ทราบสาเหตุ

    เชื่อในกฏแห่งกรรม 100% ค่ะ
  • PlayBoy
    วิธีแก้กรรม ด้วยสาเหตุที่เคยไปตัดลำตัวของแมงเม่าเป็นสองท่อน

    ให้มองหาแมงเม่าแถวๆนั้น ที่มีลักษณะลำตัวขาดเป็นสองท่อน

    เอากาวตาช้างหยอด แล้วจับให้มันติดกลับคืนเหมือนเดิม

    ถ้าไม่สามารถหาแมงเม่า ที่ลำตัวขาดเป็นสองท่อนได้

    ให้หาแมงเม่าธรรมดาๆ แล้วพกกรรไกร 1 อัน..

    จากนั้นคงไม่ต้องบอกว่าต้องทำอย่างไร... ฮึๆๆๆๆ
  • อ่านแล้วเชื่อครับ ผมเป็นคนเชื่อเรื่องบุญกรรม และทุกวันนี้พยายามทำตัวเป็นคนดี ประพฤติดี คิดดี และหมั่นทำบุญทำทาน เพื่อหวังว่า กรรมที่เราเคยทำมาแต่ก่อน จะทุเลาเบาบางลงบ้าง และให้ชีวิตในวันข้างหน้ามีความสุขครับ
blog comments powered by Disqus