เมื่อผมไปงาน #TwittBKK3 กับความรู้สึกดีๆที่อยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง
อ่านทั้งหมด 1012 ครั้ง, 5 ทั้งหมดในวันนี้
ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมงาน TwittBkk ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 52ที่ผ่านมา
เป็นงานรวมตัวของบรรดาคนรัก Twitter ที่มารวมตัวกันจัดงานพบปะสังสรร
และหาเงินเพื่อนำไปสมทบทุนมูลนิธิเพื่อนช้าง ที่จังหวัดลำปาง
งานนี้ มีตัวเอ้,ตัวพ่อ,ตัวแม่ และระดับหัวกะทิของ Twitter เมืองไทยมาร่วมกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว!!!
ผมตื่นเช้าขึ้นมาในวันเสาร์ที่ 5 ก.ย.52
ยังรู้สึกงัวเงียอยู่เลย, ปรากฏว่าแฟนถามผมว่าจะไปงาน Twitt BKK 3 รึเปล่า?
ผมก็เห็นว่า วันนี้คงจะไปได้แล้วล่ะ เพราะวันนี้สรุปก็ว่างอยู่
ผมเอง ก็ยังไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถได้ไปงานนี้รึเปล่า?
แต่ในเมื่อวันนี้ก็ว่างอยู่แล้ว รีบแต่งตัวไปงานแต่เช้าเลยดีกว่า
ผมนั้นได้สมัครTwitter มานานเป็นปีๆในชื่อ @porpeangseller มาเป็นปีแล้ว
แต่เพิ่งจะมาได้เล่นอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนมานี้เอง
ซึ่งเห็นหลายคนที่เล่นtwitter ก็อยากจะมาร่วมงานนี้กัน
ผมเลยคิดว่า ผมคงจะได้เจอเพื่อนๆที่คุยกันในTwitterแบบตัวเป็นๆหลายคน
และอาจจะได้เพื่อนใหม่มาเก็บไว้ในFollowingอีกแน่ๆเลย
กว่าผมจะไปถึงร้าน Groove นั้น ก็ปาเข้าไป11:30 แล้ว
โชคดีที่เข้าไปเจอที่จอดรถทางด้านหลังพอดี
เมื่อผมจอดรถ,ปรากฏว่าบังเอิญจอดรถข้างคุณสุกรี(@sugree) พอดีเลย
เห็นคุณสุกรีเดินลงมาจากรถ,มือถือโทรศัพท์สีขาว(สงสัยกำลังTwitt)
เลยทักทายประเดิมก่อนเป็นคนแรกเลย
ท่าทางคุณสุกรีก็งงๆ,แต่ผมว่าคุณสุกรีคงจะเริ่มชินที่มี(แห่)เข้ามาทัก ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ไม่รู้จักดีอยู่แล้ว
คุณสุกรีก็ยิ้มแย้มทักทายด้วยอัธยาศัยอันดี
และเดินเข้างานไปโดยที่ตายังจับจ้องอยู่ที่มือถือสีขาวในมือจนหายเข้าไปประตูเข้างานไป
ส่วนผมนั้น,ยังไม่ทันจะเดินเข้างาน ก็เจอกับไทยมุงกำลังรุมถ่ายภาพพริตตี้เสื้อแดงของโค้กอยู่
ก็น่าจะรุมถ่ายกันอยู่หรอกครับ เพราะน้องนางนี้,เล่นโชว์ใส่ชุดแดงแป๊ด ตัดกับผิวขาวๆ
แถมท้ายด้วยการโชว์สะดืออย่างเซ็กซี่อีกต่างหาก
น่าเสียดายว่าคิวขอถ่ายภาพยาวเกินไป ผมเลยต้องขออนุญาตเดินเข้างานไปก่อน
ซึ่งในงานนี้ ทางโค้กได้ให้ความกรุณามาเป็นสปอนเซอร์ด้านเครื่องดื่มครับ
เรียกว่างานนี้มี”โค้ก”กินฟรีกันไม่อั้น แต่ละคนถือขวดโค้กกันคนล่ะขวด ชื่นใจกันไปครับ
ผมไปถึงก่อนงานเริ่มพอสมควร,โต๊ะลงทะเบียนยังไม่ได้ตั้งเลยด้วยซ้ำ
เข้างานไปก็พบว่า มีคนเข้ามาในงานกันหลายคนแล้ว
ปรากฏว่า เจอ อ.ศุภเดช (@ripmilla) จากแบไต๋ไฮเทค เข้ามานั่งรอในงานแล้ว
ซึ่งผมก็แปลกใจว่าทำไมอาจารย์ถึงมาปรากฏตัวแต่เช้า ทั้งๆที่ปกติแล้ว ไม่น่าจะตื่นขึ้นมาในเวลานี้ได้เลย
พอสอบถามดูก็พบว่า วันนี้คุณศุภเดช ได้รับเกียรติมาเป็นพิธีกร คู่กับ พี่หลาม จิ๊กโก๋ไอที(@shark_beartai)
คู่หูคู่ฮานี้ นอกจากจะเป็นพิธีกรมืออาชีพแล้ว ยังรู้เรื่องไอทีและเป็นTwitterตัวเอ้ด้วย, ผมว่างานนี้คงสนุกแน่ๆ

@ripmilla กับ @joyz แบบมดขึ้นยุบยิบ
ต่อมาซักพักใหญ่ๆ,ทางทีมงานก็พร้อมที่จะเปิดลงทะเบียนแล้ว
ซึ่งก็มีเพื่อนๆชาวTwitterเริ่มทยอยกันมาเรื่อยๆ
งานนี้มีเสื้องานด้วยครับ
ตอนแรกผมได้ยินว่าทางทีมงานจะแจกฟรีให้กับผู้เข้ามาร่วมงานคนล่ะตัว
ซึ่งผมถือว่าใจป้ำมาก เพราะเท่าที่ดูนั้น เสื้่อก็คงมีราคาอยู่พอสมควร เนื้อผ้าก็ดี สกรีนก็สวย
แต่หลายคนก็บอกว่า เสื้อดีขนาดนี้ ตั้งราคาขายยังได้เลยนะเนี่ย
สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนเป็นเป็นเก็บค่าเสื้อตัวล่ะ 50 บาท เพื่อนำรายได้ไปบริจาคมูลนิธิเพื่อนช้างในช่วงสุดท้ายของงาน
ซึ่งเพื่อนๆทุกท่านก็ยินดีควักกระเป๋าจ่ายให้เป็นอย่างดี เรียกว่าได้ของที่ระลึก บวกกับทำบุญไปในตัว เลยได้ยิ้มกันทั่วหน้า

สาวๆประชาสัมพันธ์ พี่อ้อเล็ก พี่อ้อใหญ่ @ja_aey
ในงานนี้มีสปอนเซอร์หลักอีกเจ้าหนึ่ง ก็คือ Dell ,ซึ่งทางDell ได้ให้เครื่องคอมฯมา 2 ตัวเพื่อให้ทางงานใช้ประมูลเพื่อหารายได้ไปบริจาคด้วย
และได้มีการนำเครื่องโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่มาวางโชว์เพื่อให้ชาวทวิตฯได้ทดลองใช้
แต่ที่ได้รับความสนใจจริงๆนั้น น่าจะเป็น 2 สาวพริตตี้ของทางDellซะมากกว่า
เพราะเห็นมีแต่คนเข้าไปถ่ายรูปพริตตี้ ไม่เห็นมีใครเข้าไปเล่นคอมฯเลยซักกะคน

2สาวพริตตี้ของDell น่าสงสารครับ หลงมาในดง#หื่นแท้ๆ
หลังจากที่ผมวุ่นวายกับการถ่ายภาพและพูดคุยกับเพื่อนๆที่เพิ่งจะได้เจอตัวจริงกันในงานได้ซักพักใหญ่ๆ
ก็ถึงเวลาเริ่มงานอย่างเป็นทางการซักที
งานเริ่มต้นโดยที่พิธีกรสองหนุ่มจากแบไต๋ไฮเทคเปิดงาน
โดยวัตถุประสงค์ของงานนี้ก็เพื่อเป็นการพบปะของผู้ใช้Twitterด้วยกัน
และหารายได้เข้ามูลนิธิเพื่อนช้าง จังหวัดลำปาง
ซึ่งทางพี่หลามก็ได้นำกล่องบริจาคลงมาเดินเรี่ยไรเงินทำบุญ
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ผมเห็นคุณโอคิโซก (@okisok) หรือคุณสันติ เจ้าของCom Gammer หยิบแบงค์พันขึ้นมาประเดิมใบแรก
(เจ้าตัวเขาให้อ่านชื่อไอดีว่าโอเคอีสโอเค แต่ไม่มีใครในทวิตเตอร์อ่านอย่างนั้นซักกะคน ใครๆ,รวมทั้งผมก็อ่าน”โอคิโซะ”กันทั้งนั้น)

ในช่วงแรกนั้น ทางทีมงานได้ขอให้คุณสุกรีขึ้นมาพูดเกี่ยวกับ “Twiiter กับการเมืองไทย”
ซึ่งผมก็เห็นว่า คงจะไม่มีใครที่จะเหมาะสมที่จะขึ้นมาพูดเรื่องนี้ได้เท่ากับคุณสุกรีอีกแล้ว
ผมว่าหลายๆคนคงจะงงที่คุณสุกรีพูด เพราะเขามีสไตล์การเล่าที่”เฉพาะตัว”มากๆ
อาจจะเป็นเพราะผมได้ติดตามคุณสุกรีทางTwitter และ ได้มีโอกาสฟังคุณสุกรีออกทีวี จึงพอจะเข้าใจวิธีการ”สื่อสาร”ของเขาพอสมควร
ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าคุณสุกรีพูดได้”ฮา”มากๆ
เพราะมีการกัดนักการเมืองแบบเจ็บๆคันๆ มีการนำเรื่องราวที่เป็นประเด็นล้อกันในTwitterมาขยายให้มันขำยิ่งขึ้น

@sugree กับ หัวข้อ Twitter กับการเมืองไทย
และช็อตเด็ดที่สุดในช่วงนี้ก็คือ
จู่ๆ คุณสุกรีก็หยุดเล่าไปดื้อๆ (เหมือนชะงักค้างไปซะงั้น), แล้วก็มองไปที่กระเป๋ากางเกงตรงขาด้านซ้าย
แล้วก็บอกกับผู้ฟังทุกคนว่า ขออภัยด้วย เมียโทรมา ขอให้ทุกคนช่วยเงียบกันซักนิด,เรียกเสียงฮาจากผู้ฟังที่กำลังงุนงงได้กราวใหญ่

@sugree ขอเวลานอกคุยโทรศัพท์กับภรรยาสุดที่รัก
ในช่วงที่สองนั้น เป็นการบรรยายจากหนึ่งในสปอนเซอร์ของงานคือ Pg.in.th
โดยมีพิธีกรสาวสวยคือคุณปุ้ย (@puyisme) ขึ้นมานั่งบรรยายให้ฟัง
ซึ่งทาง Pg.in.th นั้น, เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรับฝากภาพที่เน้นไปที่การให้บริการเสริมไปกับบรรดา Social Network ต่างๆ
คุณปุ้ยก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการกับเวปไซท์นี้มานาน, เจ้าหล่อนอัพโหลดภาพผ่าน pg.in.th ไปแล้วกว่าหมื่นภาพ
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะไม่ค่อยได้อัพโหลดรูปของตัวเอง และแชร์ให้กับเพื่อนๆกันซักเท่าไร
แต่สิ่งที่คุณปุ้ยเน้นก็คือ เมื่อคุณปุ้ยได้กลับมาดูรูปย้อนไปในปีที่ผ่านมา
เธอพบว่า ชีวิตของเธอนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน
เพราะรูปแต่ละรูปนั้น ได้เป็นเหมือน”สื่อ”ซึ่งบันทึกความหมายของช่วงเวลานั้นๆเอาไว้
ซึ่งเมื่อเธอได้มานั่งดูรูปที่ถ่ายๆมานั้น ก็ถือเป็นการทบทวนและหวนรำลึกช่วงเวลาดีๆที่เจ้าตัวอาจจะหลงลืมไปแล้วด้วย
ผมก็ยังไม่เคยใช้บริการของ pg.in.th, แต่เท่าที่ดูก็คิดว่าน่าสนใจพอสมควรทีเดียว
เพราะมีฟังค์ชั่นเกี่ยวกับการจัดการรูปที่ง่าย และสามารถนำมาใช้เป็นตัวเสริมกับSocial Networkอื่นๆได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญคือ ทำโดยคนไทยครับ, งานนี้ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริงครับผม

@puyisme กับเวป pg.in.th
ในช่วงที่สามนั้น เป็นการบรรยายจากอีกหนึ่งในสปอนเซอร์ของงาน คือ Codegent
ซึ่งช่วงนี้ บรรยายโดย คุณลุค จากDeath Note เอ้ย คุณลุค เจ้าของเวปไซท์Twitbooth (Codegentคงเป็นบริษัทของเขามั้งครับ)
งานนี้ฝรั่งขึ้นพูดให้คนไทยตาดำฟัง คงจะสื่อสารกันไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร
อ.ศุภเดชเลยต้องตกกระไดพลอกโจนมาเป็นล่ามให้แบบงงๆ
ซึ่งผมว่าเพราะความใจดี บวกกับที่อาจารย์ท่านก็เป็นผู้รู้ในวงการไอทีอยู่ด้วย
เลยทำให้อาจารย์สามารถแปลและสรุปให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายกว่าที่ลุคพูดให้ฟังซะอีก
ก็มีอย่างที่ไหนล่ะครับ คุณลุคพูดแค่2ประโยค, อ.ศุภเดชแกเล่นแปลซะ 2ย่อหน้า แถมยกตัวอย่างประกอบซะเสร็จสรรพ
(แต่อ.เขาไม่ได้มั่วนะครับ เพราะแกเข้าใจว่าคุณลุคต้องการจะสื่ออะไร และรู้ว่าควรจะยกตัวอย่างอะไรเพื่อให้คนฟังเข้าใจมากขึ้น)
เวปไซท์ของคุณลุคก็เป็นเวปที่เกี่ยวกับการรับฝากรูปจากSocial Networkเช่นtwitterอีกนั้นแหล่ะครับ
แต่ที่เด็ดก็คือ รูปที่เอามาฝากไว้กับเวปนี้นั้น จะสามารถเพิ่มลูกเล่นเช่น Effect ต่างๆเข้าไปในรูปได้
เช่นจะให้เป็นแบบหัวโต ตัวลีบ,ใส่สี ใส่แสงแปลกๆ
และที่เด็ดสุดคือ ตัวเวปสามารถแปลคอมเม้น(ความเห็น)ต่างๆที่เป็นภาษาอื่นให้เป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย
ในตัวอย่างนั้น คุณลุคให้อ.ศุภเดชใส่คอมเม้นเป็นภาษาไทยเข้าไป โดยอาจารย์ใส่คำว่า ทดสอบภาษาไทย ลงไป
แล้วคุณลุคก็กดที่คอมเม้นภาษาไทยนั้น แล้วมันก็แปลเป็น Testing Thai Language ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์
เรียกเสียงฮือฮาและเสียงตบมือดังสนั่นเลยทีเดียว
สำหรับใครที่อยากใช้ฟังค์ชั้่นของเวป Twitterbooth อย่างเต็มที่ เพียงแค่บราวเซอร์(โปรแกรมเล่นเน็ต)ของท่าน
สามารถเล่นFlash ได้และติดตั้ง Google Gearไว้ในเครื่อง,คุณก็สามารถเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วครับ
ซึ่งผมคิดว่าที่โปรแกรมสามารถแปลภาษาได้นั้น ผมว่าว่าคุณลุคน่าจะเอาโปรแกรมไปผูกกับทางGoogle translate
เนื่องจากว่าผู้ใช้ต้องติดตั้งโปรแกรมGoogle Gearเอาไว้, ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนึ่งในเวปที่น่าสนใจและมีประโยชน์มากเหมือนกัน

@lukeinth กับ ล่ามจำเป็น
ช่วงที่สี่นั้น,บรรยายโดยอ.เดฟ (@rawitat) เจ้าของวลี “ใครที่ไม่มีตัวตนในTwitter,ผมไม่จำ”
ขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับเรื่อง #mindset และ #petdo
เนื้อหาเน้นโคตรฮาเกี่ยวกับเรื่องตลกๆของบรรดาคนสร้างเวปที่ต้องไปเจอกับลูกค้าสไตล์Petdoที่ต้องการจะทำเวปฯ
แต่คิดว่าการสร้างเวปมันง้ายง่าย,ทำวันเดียวก็เสร็จ และอีกสารพัดคำพูดทิ่มแทงใจผู้สร้างเวปอีกมากมาย
ซึ่งผมก็เคยได้ยินวลี”ใครที่ไม่มีตัวตนในTwitter,ผมไม่จำ”มาหลายหนแล้ว
แต่เพิ่งมาเจอเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ที่งานนี่นี้แหล่ะ
อ.เดฟยังใจดีหยิบเสื้อPetdoมาแจกให้กับคนที่ตอบคำถามได้โดนใจอีกด้วย(คุณบอย,@macroartเป็นคนผู้โชคดีได้ไป1ตัว)
ผมก็อยากได้มากเหมือนกัน เพราะถ้าเอาไว้ใส่อวดความPetdoของตัวเองคงจะเท่น่าดู
น่าเสียดาย,อ.เดฟคงจะพูดมันส์เกินจนสุดท้ายลืมแจกอีก2ตัวที่เหลือ
ถ้าอ.เดฟจะแจกอีกงานไหนก็บอกด้วยนะครับ ผมอยากได้เสื้อpetdoมากเลยครับ

@rawitat ตัวจริงเท่กว่าในAvatarเยอะเลยนะครับ
ต่อจากนั้นก็เป็นช่วง”หายง่วง” โดยบรรดาชาวtwitt #หื่น ได้ตาลุกวาว
เมื่อคุณซี (@ceemeagain) ใส่สุดสีแดงแป๊ดเดินเข้ามาในงาน
ช่วงนี้เป็นเซอร์ไพรซ์ ให้กับคุณซีเป็นกรณีพิเศษ!!
โดยที่ทางทีมงานTwitterWall ได้นำสายสะพาย MissTwitterพร้อมของรางวัลมามอบให้กับคุณซี
เพราะทางทีมงานได้ยินคุณซีบ่นว่า เป็นMissTwitterแล้วไม่เห็นได้อะไรเลย
ซึ่งตอนนี้ คุณซีก็ได้สายสะพายนางงามไปเรียบร้อยสมใจแล้วนะครับ

ทีมงานTwitterWallประหม่าที่ได้อยู่ใกล้Miss Twitter จนใส่สายสะพายกลับด้าน

รางวัลพิเศษ เสื้อยีดที่มีข้อความขอบคุณผลโหวตของMiss Twitter
และแน่นอนว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี, หลังจากรับสายสะพาย+ของรางวัลแล้ว
คุณซีก็ต้องถือกล่องบริจาคลงไปรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิเพื่อนช้างพร้อมกับให้บรรดา#หื่นถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก
เรียกว่างานนี้ คุณซีได้รู้รสชาติของการทำงานของนางงานกันแบบถึงแก่นเลยทีเดียว
(ช่วงนี้เจ็บแสบมากครับ เพราะผมก็หยอดเงินทำบุญรอบแรกที่พี่หลามลงมาเดินรอบหนึ่งแล้ว
รอบนี้ คุณซีลงมาเดินอีกรอบ ไม่ใส่ก็กระไรอยู่, อันนี้พี่หลามแกวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ มีคนตกหลุมเป็นร้อยเลยครับ)

แบงค์พันไม่รับทอนนะคะ

พี่หลามครับ ผมใส่เงินไปเกิน20บาทแล้วนะครับ ดังนั้นขอถ่ายกับMissTwitterได้แล้วใช่มั้ยครับ
ช่วงต่อมาเป็นการบรรยายเกี่ยวกับประโยชน์และวิธีใช้ SocialNetwork จากทีมงาน Duocore.tv
ซึ่งช่วงนี้ ผมไล่เดินถ่ายรูปบรรยากาศในงานและเดินพูดคุยกับเพื่อนๆซะเป็นส่วนใหญ่
เลยไม่ค่อยได้ฟังจับใจความเนื้อหาเลยครับ…. ต้องขออภัยทีมงานDuocoreมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ
แต่ใครที่อยากติดตามเรื่องราวไอทีดีๆผ่านทางInternet TV ก็ไปชมกันที่ Duocore.tvได้เลยครับ
และเมื่อถึงตอนท้ายของงาน
ทางทีมงานก็ได้ประกาศยอดบริจาคทั้งหมดที่ได้จากการบริจาคที่พี่หลามและคุณซีช่วยกันเดินสาย
บวกกับยอดประมูลสินค้าคอมพิวเตอร์สองตัวจากDell+กล่องปริศนาโค้กได้เป็นยอดเงินรวมถึง 43,812 บาทเลยทีเดียว!!!
ซึ่งเงินรายได้ทั้งหมดนี้ ก็ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อนช้างที่จังหวัดลำปางครับ
ขออนุโมธนาบุญกับการกุศลครั้งนี้จากใจจริงเลยครับ

ผู้ชนะประมูลกับเช็คบริจาคจากชาวTwitter
และก็ปิดท้ายงานกันด้วย ไฮไลท์สุดพิเศษ!! ด้วยดนตรีจากวง ihear (ไอเฮีย ไม่ใช่ ไอ้XXXนะครับ)
วงนี้ประกอบด้วย @imenn @sexdrum @kijjaz @ichattt @ipattt @inattt
เป็นวงดนตรีที่เป็นการรวมตัวของผู้มีความสามารถทางดนตรีในTwitterมารวมตัวกันเล่นคอนเสริทสดให้โดยไม่มีการซ้อมล่วงหน้า!!!
ซึ่งก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานและเป็นการปิดฉากงานได้อย่างลงตัวจริงๆ
Love of Twitter – เพลง รักแห่ง Twitter จากวง ihere
สรุป:
1. ผมประทับใจกับการที่ได้เจอตัวเป็นๆของเพื่อนๆในTwitterมาก แต่ล่ะคนนั้น เรียกว่าเหมือนกับกระโดดออกมาจากTwitterเลยทีเดียว
สิ่งที่เรียกว่า “กำแพงความสัมพันธ์” ของคนในTwitterนั้นเรียกว่า บางและเตี้ยมาก
นี่อาจจะเป็นเอกลักษณ์ของคนที่เล่นSocialNetwork ที่ชอบขยายความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆ เข้ากับผู้คนได้ง่าย
และทุกคนก็พยายาม”สื่อ”ความเป็นตัวของตัวเอง โดยใส่หน้ากากให้น้อยที่่สุดนั้นเอง
2. คนที่เข้ามาร่วมงานนั้น,สองในสามจะนั่งมองมือถือของตัวเองมากกว่ามองพิธีกรดำเนินรายการ
ผมว่าทุกคนก็คงจะฟังอยู่แหล่ะครับ เพียงแต่ว่า ไอ้นิสัยติดTwit นี้ มันแก้ยากเอาการอยู่
ส่วนใหญ่ก็คงฟังไป Twit ข้อความไปนั้นแหล่ะครับ
แต่สำหรับคนที่ไม่ชินอย่างคุณปุ้ย(ในช่วงของPg.in.th)นี้ ก็คงจะรู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครมองพิธีกรแน่ๆเลย
3. สังคม Social Network นั้น มี”พลัง” มากมายอย่างที่หลายคนไม่เข้าใจ
ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างวง ihere นี้, เป็นการรวมตัวของนักดนตรี ที่เล่นTwitter ซึ่งมีความสามารถสูงไม่ใช่เล่น
ผมรู้จักอยู่คนหนึ่งคือคุณ กิตแจ๊ส (@kijjaz) ซึ่งเป็นนักดนตรีของวงโมโนโทน ซึ่งเป็นนักดนตรีมืออาชีพ
แม้ว่าวงนี้จะไม่เคยมารวมตัวซ้อมเลยซักครั้ง
แต่ก็สามารถเล่นเพลงอะไรก็ได้ที่มีคนต้องการ และเล่นได้อย่างน่าประทับใจทุกเพลงอีกต่างหาก
แล้วพวกเขามารวมตัวกันได้เพราะอะไรครับ?
ก็เป็นเพราะพลังของSocial Networkที่ทำให้พวกเขาได้มาเจอกัน ทำความรู้จักกัน
และได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังและความสามารถของพวกเขาไงครับ
ลองคิดดูว่า หากคุณไปเจอกับคนที่มีงานอดิเรกหรือความสนใจเหมือนๆกับคุณ
และพวกคุณก็สามารถรวมตัวกัน แล้วลองสร้างสรรผลงานดีๆออกมาให้กับผู้อื่น มันจะดีซักแค่ไหนครับ
สิ่งที่คุณมีดีอยู่ในตัว เมื่อได้นำมารวมกับผู้อื่นแล้ว มันก็จะกลายเป็น”พลังสร้างสรร”ที่ยิ่งใหญ่ได้เลยทีเดียว
4. ในงานมีทั้งฝรั่งที่เข้ามาร่วมงาน และมีแม้แต่คนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมงานด้วย!!!
ผมเห็น@ja_aey ขายเสื้องานให้กับญี่ปุ่น3คนเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง3คนก็ซื้อไปอย่างมีความสุขตั้งหลายตัว
ผมจึงอดคิดไม่ได้ว่าธรรมชาติของคนเรานั้น คงไม่ได้แบ่งแยกสีหรือดูถูกชนชาติกันเลย
ใจจริงของทุกคนก็คงจะอยากทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติแน่นอน
ทำให้ผมสงสัยว่า เราจะมามัวใส่ร้ายป้ายสีหาเรื่องทะเลาะกันเองและไปทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านกันทำไม??
สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันจัดงานดีๆแบบนี้ด้วยครับ
และขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อนเข้ามาร่วมสร้างสรรจนทำให้มีวันดีๆแบบนี้ได้ครับ
ป.ล. รอTwittbkk ครั้งที่ 4 อย่างใจจดใจจ่อครับ ^_^
<<<แถมท้าย>>
2สาวพริตตี้ในชุดไพรเวทหลังงานเลิก

2สาวพริตตี้จากDellกับงานล่วงเวลา - ให้หนูกลับบ้านทีเถอะค่ะ








